บทที่ 7ระบบสนับสนุนการตัดสินใจระบบสนับสนุนการตัดสินใจœ    สารสนเทศที่ดีควรนำไปสู่การตัดสินใจที่ดียิ่งขึ้นœ    สารสนเทศที่มาก ไม่ได้หมายความว่าเป็นสารสนเทศที่ดีœ    ต้องมีเครื่องมือในการแยกแยะ และวิเคราะห์สารสนเทศ นั้นคือ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจลักษณะของสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารœ    มีความเกี่ยวข้อง, เป็นปัจจุบัน , และนำไปใช้ในอนาคตได้, ทันเวลา,ถูกต้อง, ความน่าเชื่อถือของแหล่งสารสนเทศ ฯลฯ.œ    ความครบถ้วนสมบูรณ์ของสารสนเทศœ    ความสามารถในการทำนาย ความเป็นไปได้œ    รูปแบบของสารสนเทศและการนำเสนอ ที่เหมาะสมกับกลุ่มคนระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System-DSS)œ    ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ เป็นระบบข้อมูลบนคอมพิวเตอร์  œ    ช่วยแก้ปัญหาสำหรับปัญหาแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi Structured Problem) œ    ลักษณะพิเศษของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ คือ สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงได้  œ    โดยเริ่มจากการกำหนดข้อจำกัดและลักษณะของสถานการณ์œ    จากนั้นก็จะใช้ประสบการณ์  และความรู้สึกของผู้บริหารเข้ามาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และตัดสินใจขั้นสุดท้ายสาเหตุการนำ DSS มาใช้กันอย่างแพร่หลายœ    ความต้องการข้อมูลที่แม่นยำและทันสมัยœ    ความยุ่งยากในการติดตามการทำงานในส่วนต่างๆ ขององค์กรœ    สภาพเศรษฐกิจที่แปรปรวนไม่แน่นอนœ    องค์กรต้องเผชิญกับการแข่งขันสูงทั้งจากภายในและภายนอกประเทศœ    ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ไม่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิ์ภาพในการทำงาน หาผลกำไร และการหาตลาดการค้าใหม่ๆ ได้ประเภทของการตัดสินใจ  (Type of Decision)1.     การตัดสินใจแบบมีโครงสร้าง (Structured  Decision) คือ œ    การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำเป็นกิจวัตร (Routine) œ    การตัดสินใจจะมีหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่ถูกกำหนดไว้อย่างแน่นอน œ    เช่น ระบบปฏิบัติการทางธุรกิจ การเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตของเครื่องจักร เป็นต้น2.     การตัดสินใจแบบไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Decision) คือ œ    การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ œ    ไม่สามารถวางแผนไว้ล่วงหน้า เกี่ยวข้องกับปัจจัยและสิ่งแวดล้อมหลายๆ ประการ œ    ต้องอาศัยผู้บริหารที่มีฝีมือและประสบการณ์สูงมาเป็นผู้ตัดสินใจ œ    เช่น การตัดสินใจผลิตสินค้าใหม่ การตัดสินใจเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ หรือล้มเลิกการดำเนินการ เป็นต้น3.     การตัดสินใจแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi Structured  Decision ) คือœ    การใช้หลักการตัดสินใจแบบมีโครงสร้าง + แบบไม่มีโครงสร้าง œ    คือ การใช้หลักเกณฑ์และขั้นตอนปฏิบัติมาแก้ปัญหาร่วมกับการประเมินผลและการตัดสินใจโดยผู้บริหารœ    เช่น การวางแผน งบประมาณ การวางแผนการตลาด หรือการนำกำหนดความต้องการทรัพยากรบุคคลขององค์กร เป็นต้นประโยชน์และความสามารถของระบบสนับสนุนการตัดสินใจœ    ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจทุกระดับขั้นของการบริหารงาน เป็นการตัดสินใจด้วยการใช้ประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานร่วมกับการใช้ระบบข้อมูลœ    สนับสนุนการตัดสินใจที่มีผลเกี่ยวเนื่องกัน หรือต้องอาศัยข้อมูลของกันและกันœ    มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการตัดสินใจ รวมถึงขบวนการและรูปแบบที่หลากหลายœ    สามารถปรับให้ทำงานง่ายขึ้นกับผู้ใช้แต่ละคน หรือปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้œ    ช่วยส่งเสริมให้กับผู้ใช้เกิดการเรียนรู้วิทยาการใหม่ๆœ    สร้างง่ายและใช้ได้กับงานหลายประเภทœ    โดยมากใช้กับงานเชิงปริมาณ  œ    ตอบสนองการทำงานที่มีความสลับซับซ้อนได้œ    สามารถพัฒนาให้ใช้งานบน Webได้œ    สามารถใช้ปฏิบัติงานในการวิเคราะห์ต่างๆ อย่างเช่น การวิเคราะห์ผลกระทบได้การวิเคราะห์ถึงผลกระทบ (Sensitivity Analysis)œ    คือ การศึกษาถึงผลกระทบที่มีต่อส่วนอื่นๆ จากการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดสิ่งหนึ่งของโมเดล œ    การที่เราสามารถเข้าใจถึงผลกระทบก็จะมีประโยชน์กับระบบœ    ระบบสามารถทำงานได้ยืดหยุ่น และสามารถปรับเปลี่ยนตัวแปรตามเงื่อนไขœ    ผู้ใช้สามารถป้อนข้อมูลส่วนตัวลงไปแล้วดูว่าระบบปฏิบัติงานตอบสนองอย่างไรต่อการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลรูปแบบการวิเคราะห์ถึงผลกระทบ (Sensitivity Analysis)1.     การวิเคราะห์แบบ หมายถึง เมื่อตัวแปลตัวหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปจะมีผลกระทบกับตัวแปลที่เหลืออยู่ œ    เช่น การวิเคราะห์ว่าถ้าต้องการกู้เงินจำนวนหนึ่งจะต้องผ่อนด้วยอัตราคงที่เป็นจำนวนกี่เดือน œ    หรือถ้าต้องการจ่ายค่างวดเพิ่มขึ้น จะสามารถผ่อนหมดได้ภายในกี่เดือน ฯลฯ 2.     การวิเคราะห์หาเป้าหมาย คือ การวิเคราะห์แบบถอยหลัง œ    เป็นการวิเคราะห์มูลค่าของปัจจัยนำเข้าควรเป็นเท่าไรจึงจะบรรลุเป้าหมายด้านผลผลิตในระดับที่ตั้งไว้ œ    เช่น ผู้บริหารอาจจะต้องการทราบว่า ถ้าต้องการกำไร 2.7 ล้านบาท จะต้องมีปริมาณขายจำนวนเท่าไร œ    ผลลัพธ์จำนวนปริมาณขาย คือ เป้าหมายนั้นเองโครงสร้างและองค์ประกอบของระบบ DSS(Structured and components of DSSs) 1.     ระบบการจัดการข้อมูลย่อย (Data Management Subsystem)
ระบบนี้จะเกี่ยวข้องกับข้อมูลต่างๆ ที่มีความเกี่ยวกับการใช้งาน นำเข้าสู่ฐานข้อมูลระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
2.     โมเดลบริหารย่อย (Model Management Subsystem) ประกอบด้วยโมเดลฉบับสมบูรณ์ และโมเดลช่วยสร้างหรือพัฒนาระบบ โมเดลเหล่านี้จะรวมเอาซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้องใช้งานร่วมกัน3.     ส่วนต่อประสานกราฟิกกับผู้ใช้ (Graphical User Interface : GUI)
เกี่ยวข้องกับการประสานระหว่างผู้ใช้งาน และระบบ การใช้งานระบบจะยากหรือง่าย จะมีความยืดหยุ่นแค่ไหนจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบตัวนี้4.     กลุ่มผู้ใช้ (Users) ได้แก่ ผู้บริหาร ซึ่งอาจจะใช้คนกลาง (Intermediary Person) เป็นคนช่วยวิเคราะห์ สรุปรายงาน คนกลางแบ่งออกเป็น1.     ทีมงานผู้ช่วย (Staff Assistant)2.     นักวิเคราะห์ระบบธุรกิจ (Business System Analyst) 3.     กลุ่มประสานงานและสนับสนุน (Group Facilitator)5.     ระบบย่อยการจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management Subsystem)
งานในรูปแบบ
Semi Structured and Unstructured เป็นปัญหาที่ซับซ้อนมากจึงจำเป็นต้องใช้ความรู้ความชำนาญในการแก้ปัญหา เช่น การประเมินมูลค่า การก่อสร้างของโครงการ เป็นต้นความแตกต่างระหว่าง ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกับระบบสารสนเทศอื่นœ    ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ช่วยจัดการกับข้อมูลให้เป็นสารสนเทศที่เหมาะสมกับการตัดสินใจของผู้ใช้ œ    ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะใช้ข้อมูลที่ประมวลผลจากระบบการปฏิบัติการ มาจัดระเบียบ และวิเคราะห์ตามคำสั่งและความสนใจของปัญหา (เงื่อนไข)œ    ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ช่วยเร่งการพัฒนา และความเข้าใจในศักยภาพการทำงานของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ครอบคลุมมากกว่าการปฏิบัติงานประจำวันการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจœ    แนวทางในการพัฒนาระบบสารสนเทศที่นิยมใช้ คือ วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle : SDLC) œ    ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่  œ    การวางแผน (Planning)  œ    การวิเคราะห์ (Analysis)  œ    การออกแบบ (Design)  œ    การพัฒนา (Implementation)ขั้นตอนในวงจรพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจ1.     ขั้นตอนการวางแผน (Planning) œ    วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบ, ความต้องการของระบบœ    เมื่อโครงการได้รับการตรวจสอบ (หรือผ่าน)  ผู้บริหารโครงการจะทำการกำหนดแผนงานในด้านต่างๆ œ    เช่น  แต่งตั้งทีมงานพัฒนาโครงการและแบ่งแยกหน้าที่ของงานแต่ละคน  และวางแผนกำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานตามขั้นตอนต่างๆ อย่างชัดเจน 
เป็นต้น
2.     ขั้นตอนการวิเคราะห์ (Analysis) œ    เก็บรวบรวมความต้องการของระบบที่แท้จริงอย่างละเอียดœ    โดยใช้เทคนิคในการเก็บรวบรวมสารสนเทศต่างๆ เช่น การสัมภาษณ์หรือการออกแบบสอบถาม  œ    อาจจะมีการตั้งคำถามที่มุ่งสู่ประเด็นสำคัญในการพัฒนาระบบ เช่น ใครคือผู้ใช้ระบบที่แท้จริง ต้องการให้ระบบทำงานอะไรบ้าง และต้องการให้ระบบติดตั้งแบบใด เป็นต้นœ    จากนั้นจึงทำการวิเคราะห์ความต้องการต่างๆ  เช่น คุณลักษณะของผู้ใช้  ลักษณะของระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ต้องการ เป็นต้น3.     ขั้นตอนการออกแบบ (Design) œ    เป็นขั้นตอนที่ระบุถึงวิธีการทำงาน  และกำหนดรายละเอียดต่างๆ ของระบบœ    เช่น ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ โครงการพื้นฐานของระบบเครือข่ายภายในองค์กร  การจัดการข้อมูล  การจัดการแบบจำลอง  การจัดองค์กรความรู้  การจัดการสื่อประสานกับผู้ใช้ แบบฟอร์มและรายงาน ออกแบบโปรแกรมของระบบ หน้าจอการทำงานของโปรแกรม ฐานข้อมูลและไฟล์ข้อมูล เป็นต้น4.     ขั้นตอนการพัฒนาระบบ (Implementation)  œ    เป็นขั้นตอนการสร้าง ทดสอบความถูกต้องของการทำงานของระบบและติดตั้งระบบเพื่อใช้งานจริง  œ    จัดทำเอกสารต่างๆ ได้แก่ เอกสารของโปรแกรม เอกสารระบบและคู่มือการใช้งาน โปรแกรมของระบบ ตลอดจนการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมการใช้ระบบ   

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

#1 By (114.128.168.198) on 2009-09-08 10:16

#2 By (114.128.168.198) on 2009-09-08 10:16

#3 By (117.47.186.186) on 2010-06-30 18:05

#4 By (117.47.186.186) on 2010-06-30 18:05

That is perfect that people can take the <a href="http://goodfinance-blog.com">loans</a> and it opens up completely new chances.

#5 By BONDHope27 (91.212.226.136) on 2011-12-19 16:56