บทที่ 10 ระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์ระบบสารสนเทศกับการเปลี่ยนแปลงในองค์การ   เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือสำหรับการรื้อปรับระบบและการเปลี่ยนแปลงองค์การใน 4 ระดับ คือ การปรับเปลี่ยนระบบงานเดิมให้เป็นระบบงานอัตโนมัติ  การเปลี่ยนแปลงระดับกระบวนการปฏิบัติงาน  การออกแบบระบบงานใหม่ และการเปลี่ยนแนวความคิด ระดับของกลยุทธ์ กลยุทธ์  คือ  แผนรวมขององค์การที่นำเอาข้อได้เปรียบ และจุดเด่นในด้านต่างๆมาใช้ประโยชน์ และปรับลดจุดด้อย หรือเอาชนะข้อจำกัด ที่มีอยู่เพื่อแสวงหาโอกาส และหลีกเลี่ยงอุปสรรค ทำให้องค์การสามารถเอาชนะคู่แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ  องค์การที่มีหน่วยธุรกิจหลายหน่วย จะมีกลยุทธ์อยู่ 3 ระดับ คือ 1.        กลยุทธ์ระดับบริษัท  กำหนดโดยผู้บริหารระดับสูง  ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานระยะยาว2.        กลยุทธ์ระดับธุรกิจ    ให้ความสำคัญกับการแข่งขันของหน่วยธุรกิจ3.        กลยุทธ์ระดับหน้าที่    จะสนับสนุนและสอดคล้องกับกลยุทธ์ระดับธุรกิจและระดับองค์การ กระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์      1.     การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม  (SWOT Analysis)     วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ภายนอกองค์การการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกองค์การจะพิจารณาเกี่ยวกับโอกาส และ อุปสรรค จะแบ่งเป็น             - การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั่วไป   วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อธุรกิจในมุมกว้าง เช่นปัจจัยทางการเมือง  เทคโนโลยี  สังคม  และ เศรษฐกิจ           - การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในการดำเนินงาน   เป็นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินงานโดยตรง  เช่น  รัฐบาล  วัตถุดิบ คู่แข่งขัน  ลูกค้าการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ช่วยให้ทราบถึงจุดแข็ง  จุดอ่อน ขององค์การ     2.     การกำหนดกลยุทธ์   (Strategy  Formulation)        นำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมมากำหนดทิศทาง  แนวทาง  กรอบความคิด     3.      การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ  (Strategy  Implementation)   นำแผนที่กำหนดไปปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับปัจจัยทั้งทางตรงทางอ้อมที่มีผลต่อความสำเร็จและล้มเหลวของกลยุทธ์    4.       การควบคุมกลยุทธ์         (Strategy  Control)          กำหนดกฎเกณฑ์ และมาตรฐานเพื่อเป็นแนวทางในการวัด และเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับมาตรฐานที่กำหนดไว้  การควบคุม ติดตาม ตรวจสอบ และประเมิณผลว่าเป็นไปตามแนวทางที่ต้องการหรือไม่ 

ความหมายของระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์

ระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์   คือ ระบบสารสนเทศใดๆที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสภาพการแข่งขันขององค์การให้ดีขึ้นระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์   คือ ระบบที่สนับสนุนหรือกำหนดแนวทางกลยุทธ์ในการแข่งขันของหน่วยธุรกิจระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์   คือ ระบบสารสนเทศที่ช่วยให้องค์การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน  ลดความเสียเปรียบ ช่วยให้บรรลุตามวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ขององค์การ โมเดลแรงผลักดันในการแข่งขันของพอร์เตอร์  (Portes’s Competitive Force Model)

ไมเคิล  อี. พอร์เตอร์  ได้พัฒนาโมเดลเพื่อวิเคราะห์สภาวะการแข่งขัน โดยองค์การจะประสบแรงผลักดันในการแข่งขัน  ดังนี้

1.        อุปสรรคจากผู้แข่งขันรายใหม่ที่เข้าสู่ตลาด2.        อำนาจการต่อรองของผู้ขายปัจจัยการผลิต3.        อำนาจการต่อรองของผู้ซื้อ หรือ ลูกค้า4.        การแข่งขันระหว่างกิจการต่างๆในอุตสาหกรรม5.        อุปสรรคที่เกิดจากสินค้า หรือ บริการทดแทนพอร์เตอร์  ได้เสนอกลยุทธ์ในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน  ดังนี้1.        กลยุทธ์ในการเป็นผู้นำด้านราคา (Cost  Leadership  Strategy)       องค์การจะต้องค้นหาให้ได้ว่าสินค้าหรือบริการที่ดีในความรู้สึกของลูกค้ามีลักษณะพื้นฐานอย่างไร และจะต้องบริหารกระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการนั้นให้มีต้นทุนต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม2.        กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง          (Differentiation  Strategy )         การสร้างบริการขององค์การให้มีลักษณะที่โดดเด่น แตกต่างจากคู่แข่งขัน ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ทำให้ลูกค้ายึดติดในสินค้า และบริการนั้น3.        กลยุทธ์เน้นกลุ่มเป้าหมาย             (Focus  Strategy)                       การเลือกตลาดเป้าหมายสำหรับสินค้าหรือบริการที่มีลักษณะแคบลง หรือ มีตลาดเฉพาะด้าน ซึ่งจะมีคู่แข่งน้อยลง แต่มีช่องว่างทางการตลาด กลยุทธ์นี้จะใช้ความพิเศษเหนือกว่าคู่แข่งขันทั้งในด้านสินค้า และ บริการ 

กรอบแนวคิดของไวส์แมน

ไวส์แมน ได้ขยายความคิดของ พอร์เตอร์ และเสนอกรอบแนวคิดที่เรียกว่า ทฏษฎีแรงผลักดันด้านกลยุทธ์ (Theory of Strategy Thrust ) องค์การจะจัดการเก็บแรงผลักดันต่างๆ โดยสร้างกลยุทธ์ดังนี้1.          กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง    (Diffentiation)2.          กลยุทธ์ด้านราคา                    (Cost)3.          กลยุทธ์ด้านนวัตกรรม           (Innovation)4.          กลยุทธ์ด้านการเจริญเติบโต   (Growth)5.          กลยุทธ์ด้านพันธมิตร              (Alliance)        โดยมีแนวคิดกลยุทธ์สร้างความแตกต่าง  และกลยุทธ์ด้านราคา จะเหมือนกับแนวคิดของพอร์เตอร์ สำหรับกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมนั้นเป็นวิธีการหรือการกระทำใหม่เพื่อสร้างสินค้าใหม่ ผลิตและส่งสินค้า ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเกิดความพอใจ หากมีการพัฒนานวัตกรรมของสินค้า หรือบริการอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ทัน       ส่วนกลยุทธ์ด้านการเจริญเติบโตเป็นการขยายตัว และสร้างคุณค่าให้กับสินค้าหรือบริการเพิ่มขึ้นโดยอาจขยายตัวในแนวระนาบ       องค์การอาจใช้กลยุทธ์ด้านพันธมิตร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น การสร้างระบบสารสนเทศระหว่างองค์การ ที่เชื่อมต่อระบบสารสนเทศขององค์การเข้ากับระบบสารสนเทศขององค์การอื่น โดยมีการใช้ข้อมูลร่วมกันและเป็นกระบวนการทำงานอัตโนมัติ     โมเดลห่วงโซ่คุณค่า  (Value Chain Model)

พอร์เตอร์  ได้เสนอโมเดลห่วงโซ่แห่งคุณค่า ซึ่งเน้นกิจกรรมหลัก และกิจกรรมสนับสนุนที่เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือบริการขององค์การ หรือราคาของสินค้านั้นมีผลมาจากการเชื่อมโยงคุณค่าในแต่ละขั้นตอน

ห่วงโซ่คุณค่าจึง หมายถึง  กิจกรรมที่มีความสัมพันธ์ และเชื่อมโยงกันเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรนำเข้า  โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการนำวัตถุดิบ จากผู้ขายวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต  กระบวนการจัดจำหน่าย  จนถึงกระบวนการจัดส่งไปสู่ผู้บริโภคขั้นสุดท้าย และบริการหลังการขาย  1.  กิจกรรมหลัก (Primary Activities)

กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิต  กระจายสินค้าหรือบริการ  การส่งมอบ และบริการหลังการขาย  ได้แก่

    -   การลำเลียงเข้า  (Inbound Logistics)    เป็นกิจกรรมที่ลำเลียงวัตถุดิบ หรือทรัพยากรทางธุรกิจเข้าสู่อง๕การ    -   การดำเนินงานหรือการผลิต  (Operations)  เป็นกิจกรรมในการแปลงวัตถุดิบ หรือ ทรัพยากรทางธุรกิจให้เป็นสินค้าหรือบริการ    -    การลำเลียงออก  (Outbound LOGISTICS)  เป็นกิจกรรมในการลำเลียงส่งสินค้า ที่ผลิตแล้วออกสู่ตลาด ซึ่งเกี่ยวกับงานคลังสินค้า  การจัดการวัสดุ  และการกำหนดตารางการจัดส่ง    -    การตลาดและการขาย  (Marketing and Sales)    เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการขาย  ช่องทางการจัดจำหน่าย  การกำหนดราคา  และส่วนประสมผลิตภัณฑ์    -    การบริการ (Services)  เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับการให้บริการลูกค้า  เช่น การติดตั้ง  การซ่อมแซมผลิตภัณฑ์2.        กิจกรรมสนับสนุน  (Support Activities) 

กิจกรรมที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินการของกิจกรรมหลัก  ได้แก่

  -    โครงสร้างพื้นฐานของบริษัท  (Firm  Infrastructure)   ประกอบด้วยกิจกรรมเกี่ยวกับการเงิน  การบัญชี  การจัดการทั่วไป  กฎหมาย  และระบบข้อมูล  -     การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management)   ประกอบด้วยกิจกรรมด้านการจัดหา  การคัดเลือก  การฝึกอบรม และพัฒนา  การยกระดับความรู้และทักษะ รวมถึงการรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับพนักงาน  -     การพัฒนาเทคโนโลยี  (Technology Management)   เกี่ยวข้องกับงานวิจัย และพัฒนา  -     การจัดหา   ( Procurement)   เกี่ยวข้องกับการซื้อปัจจัยการผลิต เช่น  วัตถุดิบ  อุปกรณ์ เครื่องจักร วัสดุสิ้นเปลือง 

  ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ  (IT) ต่อการแข่งขัน

พอร์เตอร์ และ มิลลาร์ กล่าวถึงผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ  ต่อการแข่งขันใน 3 แนวทางที่สำคัญ

คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม และ กฎ ในการแข่งขัน

   1.     การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม   2.     การใช้ไอทีที่ช่วยให้มีการดำเนินงานที่ดีเหนือคู่แข่งขัน     3.        การใช้ไอทีในการสร้างธุรกิจใหม่   

   ความสัมพันธ์ระหว่างแผนกลยุทธ์ธุรกิจ  และ แผนกลยุทธ์ระบบสารสนเทศ

 1.        ระบบบริหารคลังสินค้าอัตโนมัติ และระบบการวางแผนการผลิต     ช่วยให้การจัดเก็บวัตถุดิบในคลังมีจำนวนที่เหมาะสม  ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารวัสดุคงคลัง2.        ระบบเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างพันธมิตร         เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงธุรกิจขององค์การกับบริษัทพันธมิตรเข้าด้วยกัน  เช่น  การใช้ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเลคทรอนิกส์ หรือ อินเตอร์เน็ตในการเชื่อมโยงองค์การเข้ากับผู้จัดส่งวัตถุดิบในการผลิต เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอ และในระดับที่เหมาะสมกับความต้องการ  องค์การทำการเชื่อมโยงผู้จัดส่งวัตถุดิบ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศกัน และ สามารถทำงานร่วมกันได้3.        ระบบฐานข้อมูลลูกค้า      โดยข้อมูลลูกค้าอาจได้มาจากหลายแหล่ง เช่น นำข้อมูลลูกค้ามาจากเว็บไซต์โดยใช้ซอร์ฟแวร์สำหรับติดตามลูกค้า มาใช้ในการติดตามพฤติกรรมลูกค้า ข้อมูลที่ได้รวบรวมมาจะถูกนำมาวิเคราะห์หาสิ่งที่สนใจ4.        ระบบบริการหลังการขาย    ติดตามปัญหาของลูกค้าในการใช้สินค้า หรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นคำร้องเรียน  ปัญหาที่เกิดขึ้น ข้อคิดเห็นต่างๆ จะช่วยให้ฝ่ายตลาดไปใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือการบริการให้ดีขึ้นกว่าเดิม 

Comment

Comment:

Tweet