บทที่ 9 ปัญญาประดิษฐ์ ระบบผู้เชี่ยวชาญ และระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ คือ การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ให้มีพฤติกรรมเลียนแบบมนุษย์  ลักษณะงานของปัญญาประดิษฐ์ 1.     Cognitive Science พัฒนามาจากพื้นฐานของชีววิทยา จิตวิทยา คณิตศาสตร์ สาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้องประกอบไปด้วยระบบต่างๆดังนี้ ระบบผู้เชี่ยวชาญ หรือ ระบบงานความรู้ จะลอกเลียนเอาความสามารถที่เป็นมนุษย์ ระบบเครือข่ายนิวตรอน ออกแบบให้ลอกเลียนสมองของมนุษย์ ระบบแบ๊บเน็ต เป็นระบบที่พัฒนามาเพื่อใช้ตรวนสอบคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ฟัซซี่โลจิก ออกแบบมาเพื่อเกี่ยวข้องกับการใช้กฎพื้นฐาน หาคำตอบให้กับปัญหาที่ไม่มีโครงสร้าง ประมาณค่าหรือค่าเฉพาะสำหรับเรื่องหนึ่งๆ เจนเนตติกอัลกอริทึม ใช้หลักการทางพันธุกรรม สร้างวิวัฒนาการของระบบด้วยตนเอง เอเยนต์ชาญฉลาด เป็นระบบเชี่ยวชาญหรือเทคนิคด้านปัญญาประดิษฐ์อื่นๆ ระบบการเรียนรู้  สามารถพัฒนาพฤติกรรมของระบบเองด้วยการพัฒนาจากข้อมูลที่ได้รับ 2.     Robotics เป็นงานพื้นฐานของวิศวกรรมและสรีรศาสตร์ สร้างหุ่นยนต์ให้มีความฉลาดและควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ให้มีการเคลื่อนไหวเหมือนมนุษย์3.     Natural Interface เน้นให้คอมพิวเตอร์เข้าใจถึงสิ่งที่เป็นธรรมชาติในตัวมนุษย์ สามารถสื่อสารกันได้อย่างสะดวก ระบบที่สามารถเข้าใจภาษามนุษย์จะมีเทคนิคจดจำและรวบรวมคำพูดของมนุษย์ไว้ ระบบภาพเสมือนจริง จะสร้างภาพเสมือนจริงหรือจำลอง และติดตั้งตัวเซ็นเซอร์ต่างๆไว้ ระบบปัญญาประดิษฐ์แบบผสมผสาน เป็นการนำเอาระบบปัญญาประดิษฐ์ต่างๆที่กล่าวมาในข้างต้นมาเข้าผสมผสานเป็นระบบเดียวกัน โดยเลือกใช้ระบบที่ดีที่สุด ประโยชน์ของปัญญาประดิษฐ์ ข้อมูลถูกเก็บในลักษณะฐานความรู้ขององค์กร สามารถเข้าไปสืบได้ทุกเวลา ช่วยเพิ่มความสามารถด้านความรู้ให้กับองค์กร ช่วยในงานด้านที่มีความซับซ้อนและ มากเกินไป ช่วยทำงานในด้านที่ทำประจำและหน้าเบื่อสำหรับมนุษย์ ไม่นำความรู้สึกส่วนตัวของมนุษย์มาเป็นตัวตัดสินใจ  ระบบผู้เชี่ยวชาญ ช่วยในการตัดสินใจแก้ปัญหาเกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ มากกว่าสารสนเทศทั่วไป ออกแบบให้ตัดสินใจแบบเดียวกับผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์. องค์ประกอบของระบบผู้เชี่ยวชาญ  ฐานความรู้ เป็นส่วนความรู้ของผู้เชี่ยวชาญเก็บไว้ในฐานของระบบ เป็นข้อเท็จจริงของความรู้ทั้งหมด กฎที่ผู้เชี่ยวชาญใช้ในการตัดสินใจ โปรแกรมของระบบ แบ่งเป็น 2 ส่วน ใช้ในการประมวลผล และ การติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้ เป็นเสมือนที่ปรึกษากับผู้ใช้ สามารถแสดงเหตุผลประกอบการตัดสินใจ ประโยชน์ของระบบผู้เชี่ยวชาญ  เก็บความรู้ของผู้เชี่ยวชาญไว้ทำให้ไม่สูญเสียความรู้ ขยายขีดความสามารถในการตัดสินใจให้ผู้บริหารจำนวนมากพร้อมๆกัน เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับผู้ใช้ระบบในการตัดสินใจ โดยการตัดสินใจแต่ละครั้งใกล้เคียงและไม่ขัดแย้งกัน ลดการพึ่งพาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ กระบวนการทำงานเกี่ยวกับข้อมูลเชิงพื้นที่ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้กำหนดข้อมูลและสารสนเทศที่มีความสัมพันธ์กับตำแหน่งในเชิงพื้นที่  องค์ประกอบของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ แบ่งเป็น 5 ส่วนใหญ่ๆ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ คือเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆเพื่อใช้ในการนำเข้าข้อมูล ประมวลผล แสดงผล และผลิตผลลัพธ์ของการทำงาน โปรแกรม ชุดคำสั่งสำเร็จรูป เป็นฟังก์ชั่นการทำงานและเครื่องมือที่จำเป็นต่างๆสำหรับนำเข้าและปรับแต่งข้อมูล จัดการระบบฐานข้อมูล ข้อมูล ที่จะใช้ในระบบ ถูกจัดเก็บในรูปแบบฐานข้อมูล มีอยู่ 2 ส่วนประกอบคือ ข้อมูลเชิงภาพ และ ข้อมูลอรรถธิบาย  บุคลากร ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศ วิธีการหรือขั้นตอน ในการนำเอา GISไปใช้โดยแต่ละระบบก็จะมีวิธีที่แตกต่างกันไป หน้าที่หลักของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ มีดังต่อไปนี้ การนำเข้าข้อมูล โดยจะมีการแปลงให้มาอยู่ในรูปแบบของตัวเลข การปรับแต่งข้อมูล และข้อมูลบางอย่างจำเป็นต้องได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับงาน การบริหารข้อมูล โดย DBMS จะถูกนำมาใช้ในการบริหารข้อมูลเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ การเรียกค้นและวิเคราะห์ข้อมูล เมื่อระบบมีความพร้อมแล้ว การนำข้อมูลมาใช้โดยผู้ใช้สามารถสอบถามข้อมูลอย่างง่ายๆ เช่นการชี้เมาส์ไปในบริเวณที่ต้องการ และการนำเสนอข้อมูล สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ทำให้ผู้ใช้เข้าใจความหมายง่ายขึ้น 

ประโยชน์ของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน แก้ปัญหาความล่าช้าของข้อมูล ให้ทันสมัยอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูล ใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ควบคุมมาตรฐานได้ จัดหาระบบความปลอดภัยที่รัดกุมได้ ควบคุมความคงสภาพของข้อมูลได้

Comment

Comment:

Tweet